วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตรวจร้านเกม/อินเตอร์เน็ตในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)



เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น.เป็นต้นไป พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รอง ผกก.สืบสวนฯ พร้อมกับ ร.ต.ต.รักพงษ์ ธงสิบสี่ รอง สวป.หัวหน้าสายตรวจพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และเจ้าหน้า่ีที่สืบสวนออกตรวจตราดูแลร้านเกม/อินเตอร์เน็ตในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและรัฐบาลและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง

การตรวจนั้นพบว่าภายในร้านเกมและอินเตอร์ทุกร้านมีป้ายติดประกาศแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเช่น ห้ามเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีใช้บริการก่อนเวลา ๑๔.๐๐ น. , เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีห้ามเข้าก่อนเวลา ๑๔.๐๐ น.และหลังเวลา ๒๒.๐๐ น. เป็นต้น ซึ่งจากการพูดคุยและสอบถามเจ้าของ/ผู้ให้บริการได้รับแจ้งว่าผู้เข้าไปใช้บริการให้ความร่วมมือกับร้านเป็นอย่างดี แต่มีบางครั้งที่ผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามกฎหรือระเบียบที่ทางร้านกำหนดไว้โดยอิงกับกฎกระทรวงวัฒนธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็จะไม่รับคนเหล่านั้นเข้าไปใช้บริการเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและให้เป็นภาพพจน์ที่ดีต่อไป นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

การตรวจครั้งนี้ได้แนะนำเจ้าของ/ผู้ประกอบการขอให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงวัฒนธรรมว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ พ.๒๕๕๒ ข้อ ๑๒ ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ที่ให้บริการเกมการเล่นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา แต่ไม่เกิน ๒๐.๐๐ นาฬิกา ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แต่ไม่เกิน ๒๐.๐๐ นาฬิกาในวันหยุดราชการ หรือในระหว่างปิดภาคการศึกษาตามระยะเวลาที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด 

(ให้เด็กอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปแต่ไม่เกินสิบแปดปีเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา แต่ไม่เกิน ๒๒.๐๐ นาฬิกาในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แต่ไม่เกิน ๒๒.๐๐ นาฬิกาในวันหยุดราชการ หรือในระหว่างปิดภาคการศึกษาตามระยะเวลาที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด
(มีวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ใช้กับเครื่องมือสำหรับฉายหรือเล่นวีดิทัศน์ซึ่งเหมาะสมต่อการถนอมสายตา
(มีระบบหรือวัสดุป้องกันเสียงและความสั่นสะเทือนไม่ให้เกินค่าระดับเสียงรบกวนตามที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด

(ดูแลมิให้มีการจำหน่ายบุหรี่ สารเสพติด หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านวีดิทัศน์
(ดูแลมิให้มีการสูบบุหรี่ เสพสารเสพติด หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านวีดิทัศน์
(ดูแลมิให้มีการเล่นการพนันภายในร้านวีดิทัศน์
(ดูแลมิให้มีการจำหน่ายหรือฉายภาพยนตร์ตามมาตรา ๒๖ (และ (ภายในร้านวีดิทัศน์
(ดูแลมิให้มีสื่อลามกอนาจารภายในร้านวีดิทัศน์
(๑๐ดูแลมิให้มีการจำหน่ายหรือฉายวีดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามมาตรา ๔๗ ภายในร้านวีดิทัศน์


การตรวจครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงซึ่งไม่พบการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้น

<< ภาพทั้งหมด >>

ร่วมประชุมประชาคมบ้านนาคา (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)



เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๓๐ น.เป็นต้นไปพี่น้องชุมชนบ้านนาคา หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริมได้จัดให้มีการประชุมประชาคมหมู่บ้านขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านนี้โดยผู้ใหญ่บ้านนาคาเป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมมีจำนวนประมาณ ๖๐ คนซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริมประกอบด้วย พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รอง ผกก.สืบสวนและชุดปฏิบัติการชุมชนและมวลชนสัมพัีนธ์ได้เข้าร่วมประชุมด้วย
การประชุมในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจของเรานั้นเนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็น ๑ ใน ๕ หมู่บ้านเป้าหมายของการปฏิบัติงานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ พวกเราจึงได้แจ้งการดำเนินตามขั้นตอนของงานให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่ามีอะไรบ้าง เริ่มขึ้นตอนแต่ละเรื่องเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร โดยพี่น้องสามารถมีส่วนร่วมกิจกรรมอะไรบ้างประมาณนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากพี่น้องในขั้นตอนและกิจกรรมต่างๆ ที่พวกเราจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้าน เป็นต้น
นอกจากนี้่พวกเรายังได้สอดแทรกความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมเบื้องต้นสำหรับพี่น้องด้วยตนเอง,ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด,กฏจราจร รวมถึงการแจ้งข้อมูลเบาะแสต่างๆ ที่พี่น้องทราบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจของเราตามช่องทางต่างๆ อีกส่วนหนึ่งด้วย
พวกเราใช้เวลาพบปะเยี่ยมเยียนและร่วมประชุมกับพี่น้องครั้งนี้เป็นเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงเดินทางไปปฏิบัีติภารกิจที่อื่นต่อไป

ด.ต.วรกิจ อัจฉริยจงกล : ภาพ

<< ภาพทั้งหมด >>

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)



วันนี้เวลา ๐๘.๐๐ น.พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉาร รอง ผกก.ฯ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันนี้เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าอาคารที่ทำการสถานี โดยก่อนชี้แจงภารกิจได้ตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในเรื่องเครื่องแต่งกาย,อาวุธปืนประจำกาย,อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสายตรวจและยานพาหนะแล้วพบว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะปฏิบัติืหน้าที่โดยไม่มีปัญหาข้อขัดข้องใดๆ 


การประชุมวันนี้ได้แจ้งภารกิจแก่เจ้าหน้าที่สรุปได้ดังนี้
๑. เน้นการปฏิบัติให้มากเป็นพิเศษบริเวณย่านชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน 
๒. ให้ดำเนินการตามมาตรการทิ้งทุ่นโดยการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจจากการทำให้คนน้อยเป็นคนมากตามวิธีการที่แจ้งในการประชุมวันนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความอุ่นใจและเป็นการลดช่องโอกาสของคนร้ายที่จะกระทำผิด 
๓. เพิ่มความสังเกตและตรวจค้นบุคคล/ยานพาหนะซึ่งมีลักษณะผิดปกติ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดนานผิดสังเกต หรือพกพาอาวุธ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ 

๔. ภารกิจสำคัญตำรวจคือต้องปฏิบัติหน้าที่ตามอุดมคติเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมตามความหมายของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตำรวจสายตรวจจะต้องมีความใกล้ชิดกับประชาชนทำงานกับสังคม จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตนเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและพฤติกรรมของคนอันเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
๕. ให้นำจิตสำนึกในการให้บริการ (Service Mind) เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีดังนี้
ความสามารถเข้าใจความคาดหวังและความต้องการของประชาชนหรือผู้มาใช้บริการงานตำรวจหรือประชาชนที่ตำรวจพบ ซักถาม
มีค่านิยมว่า “ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน” หรือประชาชนผู้เดือดร้อน,ผู้แจ้งหรือชุมชนเป็นผู้ที่ต้องให้ความสำคัญ 

ฝากข้อคิดในเรื่องการตอบสนองความต้องการผู้รับบริการจากตำรวจอย่างเอื้ออาทร เต็มใจ ด้วยกริยาวาจาเหมาะสม ครบวงจร ในสภาพที่เป็นไปได้จริง หรือศีลธรรมและกฎหมายหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมให้ทุกคนไว้พิจารณาซึ่งได้แก่
ระดับ ๑.ให้บริการประชาชน เพราะหน้าที่หรือผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทักทาย ไม่แนะนำ ใช้น้ำเสียง หรือคำพูด กริยา ที่ผู้รับบริการหรือสัมผัสฟังแล้วทำให้ไม่พอใจหรือไม่เข้าใจ ทำให้มองภาพพจน์ตำรวจในทางลบ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานบ่อย
ระดับ ๒ ยิ้มแย้มแจ่มใส หรือปรับบุคลิกภาพหรือมารยาทตามเหตุการณ์ที่เหมาะสม ใช้คำพูด กริยาเหมาะสมไม่ทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ผู้รับบริการ แก้ไขปัญหาหรือบริการตามพันธะสัญญาได้ตามที่กำหนด 

ระดับ ๓ แก้ไขปัญหาของผู้รับบริการได้อย่างพอใจหรือได้ดีกว่าตามพันธะสัญญาที่กำหนดไว้
ระดับ ๔ เป็นตัวอย่างในการให้บริการประชาชนหรือผู้รับบริการได้พอใจเป็นแบบอย่างในหน่วยงานหรือสถานีตำรวจของเรา
ระดับ ๕ ชักนำ หรือเป็นตัวแบบนำผู้ร่วมงาน หรือถ่ายทอด กระตุ้นให้ผู้ร่วมงานบริการแก้ไขปัญหาของประชาชนหรือผู้ใช้บริการได้ประทับใจอย่างกว้างขวางในหน่วยงานหรือสถานีตำรวจของเรา
สำหรับภารกิจที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการประชุมเมื่อครั้งที่ผ่านๆ มา


เจ้าหน้าที่รับทราบ

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตำรวจแม่จริมกับภารกิจการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาป่า (๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)



ช่วงนี้มักจะเกิดไฟป่ารวมถึงไฟที่พี่น้องเผาป่า,ใบไม้ใบหญ้าในเขตพื้นที่ขึ้นเสมอ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ก็ได้ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้มีสิ่งนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมายหรือการจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับดับไฟกรณีมีเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริมได้เข้ามามีส่วนร่วมตรงจุดนี้ด้วยเช่นกัน เช่นการบังคับใช้กฎหมายหรือแม้กระทั่งการเตรียมอุปกรณ์ติดไปกับรถยนต์สายตรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่พบเห็นสามารถเข้าไปหรือร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ดับได้ทันท่วงที

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โครงการตำรวจเข้าวัดก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ของ สภ.แม่จริม (๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

๑. หลักการและเหตุผล

อำนาจหน้าที่ของตำรวจมีมากมายกว้างขวางทั้งงานป้องกันปราบปราม การกระทำผิดทางอาญาและการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมากมาย ลักษณะงานของตำรวจจะใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ทำให้ได้รับความคาดหวังจากประชาชนและสังคมสูง บางครั้งบางสถานการณ์และตำรวจส่วนน้อยกระทำการผิดพลาดก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจทั้งระบบโดยเฉพาะจะกระทบกับความรู้สึกในแง่ลบของประชาชนอย่างยากที่จะลบเลือน ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและน้อมนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่แล้วจะสามารถช่วยลบภาพลักษณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดีเช่นมีความรักความพอใจในงานที่ทำมีความโอบอ้อมอารีต่อพี่น้องประชาชนและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่
๑) น้อมนำธรรมะข้อคิดดีๆ ไปใช้เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่
๒) มีความกระตือรือร้นต่อการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น
๓) มีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิดและรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการกระทำทั้งในและนอกหน้าที่ราชการ
๔) เป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงานตำรวจ

๕) เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมครบถ้วนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ พ.ศ.๒๕๕๑
๖) เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นศรัทธาและมั่นใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

๓. เป้าหมายเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์สถานีตำรวจภูธรแม่จริม (รวมถึงเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งไม่ติดภารกิจสำคัญ) ที่จะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป

๔. การปฏิบัติ
๑) ประสานพระภิกษุสงฆ์วัดใกล้เคียงเพื่อแจ้งวันและเวลาที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้ารับฟังธรรมะก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ให้ทราบและเตรียมหลักธรรมะทึ่เห็นสมควรถ่ายทอดแก่เจ้าหน้าที่
๒) ก่อนเวลา ๐๘.๐๐ น.ของวันที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันนั้นเข้ารับฟังธรรมจากพระภิกษุตามข้อ ๑)
๓) นำหลักธรรมะที่ได้รับไปใช้ในการปฏิบัติทั้งหน้าที่การงานและส่วนตัวต่อไป

๕. ระยะเวลาการดำเนินการ
ตั้่งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เป็นต้นไปสัปดาห์ละ ๑ ครั้งหรือตามความเหมาะสมของสถานการณ์ช่วงนั้นแต่อย่างน้อยต้องดำเนินการสัปดาห์ละอย่างน้อย ๑ ครั้ง

๖. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑) เจ้าหน้าที่สามารถนำธรรมะที่ได้รับไปใช้เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
๒) เจ้าหน้าที่มีความกระตือรือร้นต่อการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น
๓) เจ้าหน้าที่มีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิดและรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการกระทำทั้งในและนอกหน้าที่ราชการอันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม
๔) เจ้าหน้าที่สามารถเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงานตำรวจ

๕) เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมครบถ้วนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ พ.ศ.๒๕๕๑
๖) พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น ศรัทธาและมั่นใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมากยิ่งขึ้น

๗. การติดตามประเมินผล
๑) ตรวจสอบความประพฤติและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เข้าโครงการนี้ทั้งก่อน ขณะ และหลังดำเนินการ
๒) ทดสอบความรู้ความเข้าใจที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง
๓) สอบถามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะัของประชาชนที่มีต่อตำรวจเราหลังเข้าโครงการอย่างสม่ำเสมอ
๔) นำผลที่ได้รับไปปรับปรุงและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ประสานการปฏิบัติกับท่านเจ้าคณะอำเภอแม่จริม (๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)


วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รอง ผกก.ฯ เดินทางไปประสานท่านเจ้าคณะอำเภอแม่จริมที่วัดนาคา ตำบลหนองแดง เกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการ "ตำรวจเข้าวัด" ของ สภ.แม่จริมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเราน้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องส่วนตัวและครอบครัวรวมถึงการร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางวัดตามโอกาสและห้วงเวลาที่เหมาะสม

ส่วนหนึ่งที่ผมได้ประสานกับท่านเจ้าคณะอำเภอในวันนี้ก็คือในวันพุธที่ ๖ มกราคมที่จะถึงนี้ สภ.แม่จริมจะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราทั้งหมดเข้าวัดที่วัดนี้โดยในวันนั้นจะมีกิจกรรมสาบานตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี,การตรวจหาสารปัสสาวะในร่างกาย,การรับฟังเทศนาจากพระสงฆ์และการร่วมพัฒนาวัดด้วยซึ่งได้รับความเมตตาจากพระคุณเจ้าเป็นอย่างดียิ่ง จึงขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง


ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนบ้านนาบัว (๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)


วันนี้เวลาประมาณ ๑๓.๔๐ น. พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รอง ผกก.ฯ เดินทางไปตรวจการปฏิบัติและตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบ้านนาบัวพบ ร.ต.ต.นิพนธ์ ศานติยศ อยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานเหตุการณ์ทั่วไปปกติ โดยการตรวจครั้งนี้เป็นการติดตามผลการปฏิบัติที่ ผกก.สภ.แม่จริมได้สั่งการเมื่อครั้งประชุมประจำเดือนเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ ว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติเป็นไปตามที่สั่งการหรือมติที่ประชุมหรือไม่ เพียงไม่ การดำเนินการมีปัญหาข้อขัดข้องอย่างไร เป็นต้น ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามที่ประชุมเกือบเสร็จสิ้นแล้ว ยังคงมีบางส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยเนื่องจากข้อมูลมีจำนวนมากและการปฏิบัติจะต้องอาศัยเวลาและความละเอียดรอบคอบ รวมถึงการประสานกับหน่วยงานข้างเคียงด้วย เช่น ข้ิอมูลท้องถิ่น,ข้อมูลอาชญากรรม เป็นต้น ซึ่งผมได้แนะนำวิธีดำเนินการบางส่วนแก่เจ้าหน้าที่ไว้ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ด้วยแล้ว

สำหรับข้อสั่งการที่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนั้นมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 
๑. ให้เร่งรัดจัดทำข้อมูลที่ยังไม่เสร็จสิ้นให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาอันสมควร โดยข้อมูลที่จัดทำนั้นจะต้องเป็นปัจจุบันและสามารถตรวจสอบได้รวมทั้งมีหลักฐานประกอบด้วย 

๒. การทำงานในหน้าที่ของตำรวจเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้ยามหรือหน่วยบริการประชาชนอย่างหนึ่งก็คือการออกพบปะเยี่ยมเยียน พูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบจากพี่น้องประชาชน จึงขอให้ใช้เวลาเท่าที่จะสามารถทำได้ออกพบปะเยี่ยมเยียนด้วย

๓. ให้ถือหลักการที่ว่า "วิสสาส ปรมา ญาติ" หรือ "ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง" เพราะหากตำรวจเราสามารถคุ้นเคยหรือเข้ากับพี่น้องประชาชนได้แล้วจะมีอีก หลายๆ อย่างตามมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องข้อมูลข่าวสารที่สำคัญๆ
๔. การเป็นตำรวจจะทอดทิ้งพี่น้องประชาชนไม่ได้ หากเรามีพี่น้องอยู่ในใจของเรามากเท่าไรความสำเร็จในงานก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น


๕. พี่น้องประชาชนนั้นถือว่าเป็นญาติสนิทยิ่งของตำรวจ เพราะฉะนั้นตำรวจเราจะห่างเหินจากการพบปะเยี่ยมเยียนไม่ได้ ต้องหาเวลาเท่าที่จะสามารถทำได้ออกพบปะพี่น้องอย่างสม่ำเสมอ

๕. ไม่ว่ายศตำแหน่งของตำรวจจะเป็นอย่างไรนั่นเป็นเพียงส่วนภายในปลีกย่อยของตำรวจ จะต้องถือว่าพี่น้องประชาชนทุกคนใหญ่และสำคัญกว่าตำรวจเราเสมอ

เจ้าหน้าที่รับทราบ